วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

คำคมของท่านบรมหงส์ โยคานันทะ จาก บทที่ 1 “มารดาบิดาและชีวิตในเยาว์วัยของอาตมา”




1.ลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมอินเดียที่มีมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ การแสวงหาความจริงสูงสุด(ความจริงอันติมะ) และความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างศิษย์กับคุรุ(ครูอาจารย์)

2.การระลึกชาติได้ของอาตานี้ไม่ใช่ทำได้แต่เฉพาะอาตมาเท่านั้น แต่ยังมีโยคีอีกหลายท่านสามารถระลึกชาติได้หลายต่อหลายชาติติดต่อกันโดยไม่ขาดสาย โดยท่านเหล่านั้นสามารถรู้ว่าเมื่อตายจากชาติหนึ่งแล้วไปเกิดเป็นอะไรบ้างในชาติต่อๆไป ซึ่งหากว่ามนุษย์เรามีแค่ร่างกายเท่านั้น เมื่อร่างกายแตกดับตายไปแล้วก็เป็นอันสิ้นสุดความเป็นคนกันเท่านั้นเอง แต่นี่มันไม่ใช่อย่างนั้น หากศาสดาทั้งหลายตั้งแต่ปางบรรพ์มาแล้วพูดความจริง ก็หมายความว่ามนุษย์เราโดยแก่นแท้มีสภาพเป็นวิญญาณที่เป็นนามธรรมและสามารถอยู่ได้ในที่ทุกแห่ง

3.“ทำไมจะต้องตื่นเต้นกับผลประโยชน์ทางวัตถุกันมากนักนะ”โยมพ่อตอบ”บุคคลฝักใฝ่ในทางธรรมย่อมไม่ยินดีกับสิ่งที่ได้และเสียใจกับสิ่งที่สูญเสีย เพราะพวกเขารู้ว่ามนุษย์เวลามาเกิดในโลกนี้มากันแต่ตัวไม่มีเงินติดมาแม้แต่รูปีเดียว และเวลาตายจากโลกนี้ไปก็ไปแต่ตัวไม่มีเงินติดไปแม้แต่รูปีเดียว”

4.แรกๆอาตมารู้สึกเสียใจที่ท่าน(คุรุลาหิริ มหาสัย) เสียชีวิตไปแล้ว แต่พออาตมาได้ค้นพบว่าท่านสามารถปรากฏตัวได้ในที่ทุกแห่งอย่างลี้ลับอาตมาก็เลยไม่มีความเสียใจอีกต่อไป

5.ท่านบรมคุรุ(ลาหิริ มหาสัย) จึงพูดทำลายความเงียบว่า “เราคือวิญญาณ กล้องถ่ายรูปของเจ้าจะถ่ายรูปของวิญญาณที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อได้อย่างไรเล่า”

6.คำพูดธรรมดาๆไม่มีข้อความร้ายใดๆที่พูดกับโยมพี่อุมานี้ พูดไปด้วยพลังสมาธิ จึงมีอานุภาพที่ซ่อนเร้นเอาไว้พอที่จะระเบิดออกมาได้เหมือนลูกระเบิดและสามารถประสิทธิ์ผลที่แน่นอนได้ อาตมาเข้าใจต่อมาในภายหลังว่า อานุภาพของถ้อยคำที่เปล่งออกมามีอานุภาพคล้ายลูกระเบิดนี้ หากใช้อย่างชาญฉลาดก็สามารถใช้เพื่อช่วยเหลือชีวิตของคนเราให้รอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น