วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

ชีวประวัติและผลงานย่อของโยคีบรมหงส์ โยคานันทะ



-ชื่อเดิม มุคุนทะ  ลาล โฆส(Mugunda Lal Ghos)

-เกิดเมื่อ 5 มกราคม ค.ศ. 1893

-สถานที่เกิด เมืองโครักปูร์ ประเทศอินเดีย ในครอบครัวชาวอินเดียฐานะดี

-ตอนเด็กๆ มีญาณพิเศษที่มีมาพร้อมกับเกิด เช่น สามารถระลึกชาติได้ เป็นต้น

-มีใจฝักใฝ่ทางด้านศาสนาและปรัชญาตั้งแต่เยาว์วัย พยายามเสาะแสวงหาคุรุที่จะมาช่วยนำทางปฏิบัติทางจิตและวิญญาณ

- ปี ค.ศ. 1910 (ขณะมีอายุ 17 ปี) มอบตัวเป็นศิษย์ของ สวามี ศรียุกเตศวร คิรี (Swami Sriyukteswar Giri) และใช้ชีวิตในการฝึกหัดอบรมบ่มนิสัยอยู่กับท่านที่อาศรมเมืองเซรัมโปร์เป็นเวลา 10 ปี

-จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยกัลกัตตา เมื่อ ค.ศ. 1915 แล้วบวชเป็นพระฮินดูในนิกายสวามี (Swami Order) มีชื่อทางพระว่า โยคานันทะ (Yogananda) โดยมุ่งเข็มชีวิตที่จะเข้าถึงพระเป็นเจ้าให้จงได้

-ปี ค.ศ. 1917 ตั้งโรงเรียนชื่อ พรหมาจารยะวิทยาลัย ที่เมืองรันชี เป็นที่เรียนของเด็กผู้ชาย ซึ่งมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ผสมผสานระหว่างการศึกษาสมัยใหม่กับการฝึกโยคะ ท่านรัฐบุรุษ มหาตมา คานธี เคยไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนแห่งนี้ และได้เขียนลงในสมุดเยี่ยมว่า “มีความประทับใจกับสถาบันแห่งนี้มาก”

ปี ค.ศ. 1920 เป็นผู้แทนอินเดียไปประชุมทางด้านศาสนาที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยไปปาฐกถาเรื่อง “ ศาสตร์แห่งศาสนา(The Science of Religion) และในปีเดียวกันนี้ได้ก่อตั้งสมาคมเซลฟ์-เรียไลเซชั่น เฟลโลว์ชิฟ (Self -Realization Fellowship) เพื่อเผยแพร่ศาสตร์โบราณของอินเดีย ปรัชญาโยคะ และการเข้าสมาธิ

-ช่วงหลายปีถัดมา ได้เดินสายสอนโยคะและการเข้าสมาธิทางฟากฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา และเมื่อปี ค.ศ. 1924 ได้ข้ามไปสอนที่ทวีปยุโรปด้วย

-ในปีถัดมา  ได้ก่อตั้งศูนย์กลางนานาชาติของสมาคมเซลฟ์-เรียไลเซซั่น เฟลโลว์ชิฟ ที่นครลอสแอนเจลิส อันเป็นศูนย์บัญชาการงานเผยแพร่โยคะ

-ในช่วง 10 ปีถัดมา ได้เดินทางไปแสดงปาฐกถาและจัดกลุ่มศึกษาโยคะและการสมาธิตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันให้ความสนใจเข้าฟังและเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก

-คำสอนของท่านเน้นที่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของศาสนาสำคัญๆของโลก โดยสอนวิธีใช้ กริยะโยคะ เพื่อปลุกจิตวิญญาณให้เข้าถึงพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นวิธีแบบโบราณที่เคยใช้กันมาแต่ครั้งบรรพกาลแต่ได้มาสูญหายไปในช่วงยุคมืดและได้ถูกนำกลับคืนมาให้แก่ชาวโลกโดยท่านบรมคุรุ บาบาจี

-ศิษย์ของท่านที่สำคัญคือ  Luther Burbank นักผสมพันธุ์พืช, Amerita Galli-Curri นักร้องโอเปรา, George Eastman ผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปโกดัก, Edwin Markham นักประพันธ์, Leopold Stokowski ซิมโฟนี คอนดักเตอร์

-ปี ค.ศ. 1927 ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว โดยประธานาธิบดี คาลวิน ดูดิดจ์  (Calwin Coolidge) ซึ่งได้ให้ความสนใจกิจกรรมของท่านที่ลงประโคมข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ

-ปี ค.ศ. 1935 เดินทางทัวร์ยุโรป และอินเดิยเป็นเวลา 18 เดือน ช่วงนี้ได้ไปแสดงปาฐกถาตามสถานที่ต่างๆในอินเดีย และได้เดินทางไปพบปะกับท่านมหาตมา คานธี รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ชองอินเดีย, เซอร์ ซี.วี. รามัน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ และได้ไปพบผู้นำจิตวิญญาณของอินเดีย รวมทั้งท่านศรี รามานะ มหาฤษี และนางอานันทะ โมยี มา และในช่วงที่กลับมาอินเดียคราวนี้ ท่านสวามี ศรียุกเตศวร คิรี คุรุของท่าน ได้สถาปนาท่านในตำแหน่งสูงสุดของทางคณะสงฆ์เป็น บรมหงส์(Paramahansa)

-ระหว่างทศวรรษที่ 1930 พักการเดินสายแสดงปาฐกถามาทุ่มเทงานเขียนหนังสือและสร้างรากฐานถาวรให้แก่งานของสมาคมเซลฟ์-เรียไลเซชั่น เฟลโลว์ชิฟ หรือที่ในประเทศอินเดียเรียกว่า Yogoda Satsanga Society ช่วงนี้การเผยแพร่งานโยคะทำในรูปของการส่งคำสอนไปให้ผู้สนใจอ่านที่บ้าน

-เขียนอัตชีวประวัติตนเองชิ่อ Autobiography of a Yogi ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1648 มีฉลับแก้ไขปรับปรุงต่อมาหลายครั้ง ปรากฏว่าเป็นหนังสือติดอันดับขายดี (best seller) และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆมากถึง 18 ภาษา ปัจจุบันถือว่าเป็นหนังสือคลาสสิกที่ทุกคนต้องอ่าน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1952 ท่านละสังขาร (หรือที่ภาษาโยคะเรียกว่า เข้ามหาสมาธิ) การเสียชีวิตของท่านสร้างความฮือฮาให้แก่คนอเมริกันและชาวโลก เนื่องจากผู้อำนวยการสุสาน Director of Forest Lawn Memorial Park ที่สหรัฐอเมริกา รายงานว่า “ศพชองท่านไม่เน่าเปื่อยแม้ว่าจะเสียชีวิตมาตั้ง 20 วันแล้ว อันเป็นปรากฏการณ์ที่ใครๆไม่เคยประสบพบเห็นมาก่อน...”


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น