วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

คำคมของท่านบรมหงส์ โยคานันทะ จาก บทที่ 1 “มารดาบิดาและชีวิตในเยาว์วัยของอาตมา”




1.ลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมอินเดียที่มีมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ การแสวงหาความจริงสูงสุด(ความจริงอันติมะ) และความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างศิษย์กับคุรุ(ครูอาจารย์)

2.การระลึกชาติได้ของอาตานี้ไม่ใช่ทำได้แต่เฉพาะอาตมาเท่านั้น แต่ยังมีโยคีอีกหลายท่านสามารถระลึกชาติได้หลายต่อหลายชาติติดต่อกันโดยไม่ขาดสาย โดยท่านเหล่านั้นสามารถรู้ว่าเมื่อตายจากชาติหนึ่งแล้วไปเกิดเป็นอะไรบ้างในชาติต่อๆไป ซึ่งหากว่ามนุษย์เรามีแค่ร่างกายเท่านั้น เมื่อร่างกายแตกดับตายไปแล้วก็เป็นอันสิ้นสุดความเป็นคนกันเท่านั้นเอง แต่นี่มันไม่ใช่อย่างนั้น หากศาสดาทั้งหลายตั้งแต่ปางบรรพ์มาแล้วพูดความจริง ก็หมายความว่ามนุษย์เราโดยแก่นแท้มีสภาพเป็นวิญญาณที่เป็นนามธรรมและสามารถอยู่ได้ในที่ทุกแห่ง

3.“ทำไมจะต้องตื่นเต้นกับผลประโยชน์ทางวัตถุกันมากนักนะ”โยมพ่อตอบ”บุคคลฝักใฝ่ในทางธรรมย่อมไม่ยินดีกับสิ่งที่ได้และเสียใจกับสิ่งที่สูญเสีย เพราะพวกเขารู้ว่ามนุษย์เวลามาเกิดในโลกนี้มากันแต่ตัวไม่มีเงินติดมาแม้แต่รูปีเดียว และเวลาตายจากโลกนี้ไปก็ไปแต่ตัวไม่มีเงินติดไปแม้แต่รูปีเดียว”

4.แรกๆอาตมารู้สึกเสียใจที่ท่าน(คุรุลาหิริ มหาสัย) เสียชีวิตไปแล้ว แต่พออาตมาได้ค้นพบว่าท่านสามารถปรากฏตัวได้ในที่ทุกแห่งอย่างลี้ลับอาตมาก็เลยไม่มีความเสียใจอีกต่อไป

5.ท่านบรมคุรุ(ลาหิริ มหาสัย) จึงพูดทำลายความเงียบว่า “เราคือวิญญาณ กล้องถ่ายรูปของเจ้าจะถ่ายรูปของวิญญาณที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อได้อย่างไรเล่า”

6.คำพูดธรรมดาๆไม่มีข้อความร้ายใดๆที่พูดกับโยมพี่อุมานี้ พูดไปด้วยพลังสมาธิ จึงมีอานุภาพที่ซ่อนเร้นเอาไว้พอที่จะระเบิดออกมาได้เหมือนลูกระเบิดและสามารถประสิทธิ์ผลที่แน่นอนได้ อาตมาเข้าใจต่อมาในภายหลังว่า อานุภาพของถ้อยคำที่เปล่งออกมามีอานุภาพคล้ายลูกระเบิดนี้ หากใช้อย่างชาญฉลาดก็สามารถใช้เพื่อช่วยเหลือชีวิตของคนเราให้รอดพ้นจากอุปสรรคต่างๆได้

คำคมของท่านโยคี บรมหงส์ โยคานันทะ




1.“Live quietly in the moment and see the beauty of all before you. The future will take care of itself......”
“จงอยู่อย่างสงบกับปัจจุบันขณะ และเห็นความงามของทุกสิ่งตรงหน้าคุณ  อนาคตจะดูแลตัวของมันเอง......”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 2.“Be as simple as you can be; you will be astonished to see how uncomplicated and happy your life can become.”
“จงทำตัวให้ง่ายๆเท่าที่คุณจะสามารถทำได้ คุณก็จะประหลาดใจที่ได้เห็นว่าขีวิตของคุณไม่ซับซ้อนและมีความสุขได้อย่างไร” -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. “You may control a mad elephant;
You may shut the mouth of the bear and the tiger;
Ride the lion and play with the cobra;
By alchemy you may learn your livelihood;
You may wander through the universe incognito;
Make vassals of the gods; be ever youthful;
You may walk in water and live in fire;
But control of the mind is better and more difficult.”
“คุณอาจจะควบคุมช้างบ้าได้
คุณอาจปิดปากของหมีและของเสือได้
คุณอาจขึ้นขี่สิงโตและเล่นกับงูจงอางได้
โดยการเล่นเร่แปรธาตุคุณอาจเรียนรู้การดำเนินชีวิตของคุณได้
คุณอาจท่องไปทั่วจักรวาลได้
คุณอาจนำเทวดามาเป็นทาสได้ และคุณอาจเป็นหนุ่มสาวอยู่ตลอดเวลาได้
คุณอาจเดินในน้ำและอาศัยอยู่ในไฟได้
แต่การควบคุมจิตใจดีกว่าและยากกว่า
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4. “Read a little. Meditate more. Think of God all the time.”
“จงอ่านให้น้อย ทำสมาธิให้มาก คิดถึงพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
5. “Making others happy, through kindness of speech and sincerity of right advice, is a sign of true greatness. To hurt another soul by sarcastic words, looks, or suggestions, is despicable.”
“การทำให้ผู้อื่นมีความสุข โดยการพูดที่ประกอบด้วยเมตตาและโดยความจริงใจของคำแนะนำที่ถูกต้อง ย่อมเป็นสัญญาณของความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง การทำร้ายจิตวิญญาณของผู้อื่นโดยใช้คำพูดอย่างดูแคลน มองดูอย่างดูแคลนหรือแนะนำอย่างดูแคลน ย่อมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
6. “You must not let your life run in the ordinary way; do something that nobody else has done, something that will dazzle the world. Show that God's creative principle works in you.”
”คุณจะต้องไม่ปล่อยให้ชีวิตของคุณโลดแล่นไปในแนวทางปกติ ให้ทำอะไรสักอย่างที่คนอื่นยังไม่ได้ทำ คือทำในสิ่งที่สร้างความพิศวงแก่ชาวโลก จงแสดงว่าหลักการแห่งการสร้างสรรค์ของพระเจ้าทำงานอยู่ในคุณ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
7. “Live each moment completely and the future will take care of itself. Fully enjoy the wonder and beauty of each moment.”
จงอยู่กับปัจจุบันขณะและให้อนาคตดูแลตัวของมันเอง จงเพลิดเพลินกับความมหัศจรรย์และความงามของแต่ละขณะ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
8. “You have come to earth to entertain and to be entertained.”
“คุณมาสู่โลกนี้เพื่อความบันเทิงและไม่ใช่เพื่อถูกทำให้บันเทิง”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
9 “There is a magnet in your heart that will attract true friends. That magnet is unselfishness, thinking of others first; when you learn to live for others, they will live for you.”
“มีแม่เหล็กอยู่ในใจของคุณที่จะดึงดูดเพื่อนแท้ แม่เหล็กนั้นคือความไม่เห็นแก่ตัว และการคิดถึงคนอื่น เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะมีชีวิตเพื่อผู้อื่น พวกเขาก็จะมีชีวิตอยู่เพื่อคุณ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
10. “If you permit your thoughts to dwell on evil you yourself will become ugly. Look only for the good in everything so you absorb the quality of beauty.”
หากคุณยอมให้ความคิดของคุณให้ตกอยู่ในความชั่วคุณเองก็จะกลายเป็นผู้น่าเกลียด จงมองดูแค่ความดีในทุกสิ่งคุณก็จะซึบซับเอาคุณภาพของความงาม”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
11. “forget the past, for it is gone from your domain! forget the future, for it is beyond your reach! control the present! Live supremely well now! This is the way of the wise...”
“จงลืมอดีตเพราะมันได้ล่วงเลยคุณไปแล้ว จงลืมอนาคตเพราะมันยังมาไม่ถึง จงควบคุมปัจจุบัน จงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้เต็มที่ ข้อนี้คือหนทางแห่งนักปราชญ์”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
12. “Persistence guarantees that results are inevitable.”
“ความมุมานะเป็นหลักประกันว่าผลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
13. “The power of unfulfilled desires is the root of all man's slavery”
“อำนาจของความอยากที่ยังไม่สนองความต้องการบได้นั้นคือรากเหง้าของความเป็นทาสของมนุษย์ทุกคน”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
14. “Kindness is the light that dissolves all walls between souls, families, and nations.”
“ความกรุณาเป็นแสงสว่างที่จะทำลายกำแพงขวางกั้นระหว่างจิตวิญญาณ  ระหว่างครอบครัว และระหว่างประชาชาติ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
15. “The season of failure is the best time for sowing the seeds of success.”
ฤดูกาลแห่งความล้มเหลวคือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเพาะพันธุ์พืชแห่งความสำเร็จ”

16. “Remain calm, serene, always in command of yourself. You will then find out how easy it is to get along.”
“จงมีใจสงบ เยือกเย็นควบคุมตัวเองให้ได้แสมอ คุณก็จะพบว่าวิธีง่ายๆที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆได้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 17.“Be afraid of nothing. Hating none, giving love to all, feeling the love of God, seeing His presence in everyone, and having but one desire - for His constant presence in the temple of your consciousness - that is the way to live in this world.”
“จงอย่างกลัวผู้ใด จงอย่าเกลียดผู้ใด จงมีความรักให้แก่ทุกคน จงมีความรักต่อพระเจ้า จงเห็นว่ามีพระเจ้าอยู่ในทุกคน และจงมีปรารถนาแต่สิ่งเดียว คือปรารถนา ให้พระเจ้ามาอยู่ในจิตของคุณทุกขณะ นั่นคือหนทางที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
18. “Stillness is the altar of spirit.”
“ความนิ่งเป็นหิ้งบูชาของจิตวิญญาณ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
19. “You do not have to struggle to reach God, but you do have to struggle to tear away the self-created veil that hides him from you”
“คุณไม่ต้องดิ้นรนเพื่อบรรลุถึงพระเจ้า แต่จะต้องดิ้นรนที่จะทำลายฉากที่ขวางกั้นคุณจากพระองค์”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
20. “The secret of health for both mind and body is not to mourn for the past, worry about the future, or anticipate troubles, but to live in the present moment wisely and earnestly.”
เคล็ดลับของความมีสุขภาพทางจิตและทางกาย ก็คือ ไม่โหยหาถึงอดีต ไม่กังกลถึงอนาคต หรือนึกถึงความลำบาก แต่ให้ดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างฉลาดและจริงจัง”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
21. “It is not your passing thoughts or brilliant ideas so much as your plain everyday habits that control your life....Live simply. Don’t get caught in the machine of the world— it is too exacting. By the time you get what you are seeking your nerves are gone, the heart is damaged, and the bones are aching. Resolve to develop your spiritual powers more earnestly from now on. Learn the art of right living. If you have joy you have every thing ,so learn to be glad and contented....Have happiness now.”
“มันไม่ใช่ความคิดที่ผ่านพ้นไปแล้วหรือแนวความคิดที่บรรเจิดของคุณแต่ทว่ามันคือลักษณะนิสัยที่เรียบง่ายของคุณที่ควบคุมชีวิตของคุณอยู่นี้ ...จงมีชีวิตอย่างเรียบง่าย อย่าได้ไปขัดขวางกลไกของโลก เพราะมันเป็นการกระทำที่ตรงเกินไป เมื่อคุณได้ในสิ่งที่คุณกำลังแสวงหาแล้ว ประสาทของคุณก็จะหมดไป ใจของคุณก็ถูกทำลาย และกระดูกของคุณก็จะเจ็บปวด จงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาพลังจิตของคุณให้มากยิ่งขึ้นเสียแต่เดี๋ยวนี้ จงเรียนรู้ถึงศิลปะของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง หากคุณมีความพึงพอใจคุณก็มีทุกสิ่ง ดังนั้จงเรียนรู้ที่จะมีความยินดีและความพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ...จงมีความความสุขเสียแต่บัดนี้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
22. “Since you alone are responsible for your thoughts, only you can change them.”
“เนื่องจากคุณเท่านั้นที่มีความรับผิดชอบต่อความคิดของคุณ เพราะฉะนั้นคุณเท่านั้นจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดเหล่านั้นได้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
23. “Every tomorrow is determined by every today.”
“ทุกวันพรุ่งนี้ถูกกำหนดโดยทุกวันนี้”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
24. “Self-realization is the knowing in all parts of body, mind, and soul that you are now in possession of the kingdom of God; that you do not have to pray that it come to you; that God’s omnipresence is your omnipresence; and that all that you need to do is improve your knowing.”
“การรู้แจ้งเห็นจริงคือการรู้ทุกส่วนของร่างกาย จิตและวิญญาณที่คุณเป็นเจ้าของอาณาจักรของพระเจ้าอยู่นี้ คุณไม่ต้องภาวนาเพื่อให้มันมาหาคุณ ศักดานุภาพของพระเจ้าคือศักดานุภาพของคุณ และสิ่งทั้งหทดที่คุณจำต้องทำคือการปรับปรุงการรู้ของคุณ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
25. “The wave is the same as the ocean, though it is not the whole ocean. So each wave of creation is a part of the eternal Ocean of Spirit. The Ocean can exist without the waves, but the waves cannot exist without the Ocean.”
“คลื่นเป็นเช่นเดียวกับทะเล แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นทะเลเสียทั้งหมด ดังนั้นแต่ละคลื่นของการสร้างสรรค์ก็คือส่วนหนึ่งของทะเลแห่งจิตที่เป็นนิรันดร์ ทะเลสามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากคลื่นแต่คลื่นไม่สามารถมีอยู่ได้โยปราศจากทะเล”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
26. “Having lots of money while not having inner peace is like dying of thirst while bathing in the ocean.”
“การมีเงินมากในขณะที่มี่ความสงบภายในนั้นก็เหมือนกับดับความกระหายในขณะอาบน้ำทะเล”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
27. “The true basis of religion is not belief, but intuitive experience. Intuition is the soul’s power of knowing God. To know what religion is really all about, one must know God.”
รากฐานที่แท้ของศาสนานั้นไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นประสบการณ์ของการประจักษ์ในใจ การประจักษ์ในใจคือพลังของวิญญาณของการรู้จักพระเจ้า การที่จะรู้ว่าศาสนาคืออะไรอย่างแท้จริงนั้น ก็จะต้องรู้จักพระเจ้า”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
28. “So long as we believe in our heart of hearts that our capacity is limited and we grow anxious and unhappy, we are lacking in faith. One who truly trusts in God has no right to be anxious about anything.”
“ตราบเท่าที่เรายังเชื่อในจิตใจของเราว่าขีดความสามารถของเรามีอย่างจำกัดและเรามีความกระตือรือร้นและไม่มีความสุข เราก็กำลังขาดในศรัทธา บุคคลซึ่งมีความไว้เนื้อเชื่อใจในพระเจ้านั้นไม่มีสิทธิที่จะกระตือรือร้นในสิ่งหนึ่งสิ่งใด”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
29. “Before embarking on important undertakings sit quietly calm your senses and thoughts and meditate deeply. You will then be guided by the great creative power of Spirit.”
“ก่อนที่จะกระทำภาระที่สำคัญต่างๆก็จงนั่งสงบอินทรีย์และความคิดแล้วกระทำกัมมัฏฐานให้จิตใจดื่มด่ำ คุณก็จะถูกชี้นำโดยพลังสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ของจิต”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
30. “To work with God's happiness bubbling in the soul is to carry a portable paradise within you wherever you go.”
“การทำงานโดยมีเกษมสุขของพระเจ้าอยู่ในจิตวิญญาณนั้นก็คือการนำสวรรค์ที่พกพาได้ไปกับคุณในที่ทุกหนแห่ง”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
31.Love comes first. That must be the ideal. When two people feel an unconditional attraction for each other, and are ready to sacrifice for one another, they are truly in love. Then only are they ready for an intimate relationship in marriage. Mere possessiveness won't do. When one marriage partner tries to control the other, it shows a lack of real love. But when they express their love in continual thoughtfulness for the true happiness of the other, it becomes divine love. In such a relationship we have a glimpse of the Divine.
ความรักต้องมาก่อน  ข้อนั้นต้องเป็นอุดมคติ เมื่อคนสองคนมีความรู้สึกขอบพอกันโดยไม่มีเงื่อนไขและพร้อมที่จะเสียสละให้แก่กันและกัน เขาทั้งสองก็จะมีความรักกันอย่างแท้จริง ทั้งสองคนนี้เท่านั้นที่พร้อมจะมีสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกันในการแต่งงาน การเป็นเจ้าของกันและกันหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อคู่แต่งงานคู่หนึ่งพยายามที่จะควบคุมซึ่งกันและกัน นั่นเป็นการแสดงถึงความขาดความรักที่แท้จริง แต่เมื่อพวกเขาแสดงความรักต่อกันด้วยการคำนึงถึงอย่างต่อเนื่องซึ่งความสุขที่แท้จริงของอีกฝ่ายหนึ่ง มันก็จะกลายเป็นความรักของพระเจ้า ในสัมพันธภาพเช่นเท่านั้น เราก็จะมีภาพของความรักของพระเจ้า
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

32.To love those that love you is easy. To love those that love you not is not so simple. If you want to change anyone, set a better example. Show more kindness, more understanding, more love. That has a sure effect. To those who are not kind, show kindness. To those who are mean, show bigness of heart.
การรักคนที่รักคุณนั้นทำได้ง่าย แต่การรักคนที่ไม่ได้รักคุณนั้นทำได้ไม่ง่าย  หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงคนอื่น คุณก็จะต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีเสียก่อน จงแสดงความกรุณาให้มากขึ้น จงแสดงความเข้าใจให้มากขึ้น และจงแสดงความรักให้มากขึ้น ข้อนั้นจะมีผลตามมาอย่างแน่นอน กับคนที่ไม่มีความกรุณาก็ให้คุณแสดงความกรุณาต่อเขา กับคนที่ความตระหนี่ก็ให้คุณแสดงความใจกว้างต่อเขา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
33.Knowledge prepares the way to love. You cannot love that which you do not know. Knowledge of God must therefore precede love for Him. This knowledge comes with practice of Kriya Yoga.
ความรู้จะกรุยหนทางสู่ความรัก คุณไม่สามารถรักสิ่งที่คุณไม่รู้ได้ ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับพระเป็นเจ้าจะต้องมาก่อนความรักในพระเป็นเจ้า ความรู้นี้จะมาได้ด้วยการปฏิบัติตามกริยะโยคะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
34.God is love. God is joy.
พระเจ้าคือความรัก พระเจ้าคือปีติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
35.In the state of love, no matter what you do, it’s going to be good.
ในสภาวะแห่งความรัก ไม่ว่าคุณจะทำอะไร สิ่งนั้นก็จะดีไปทั้งหมด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
36.The relationship that exists between friends is the grandest of human loves. Friendly love is pure, because it is without compulsion. ... Such pure friendship has existed between saints and between others who truly love God. If you once know divine love, you will never part with it, for there is nothing else like it in the whole universe.
สัมพันธภาพที่มีอยู่ระหว่างมิตรสหายเป็นความยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งความรักแห่งมนุษยชาติ ความรักฉันมิตรเป็นสิ่งบริสุทธิ์ เพราะว่าเป็นความรักที่ไม่มีการบังคับ...สัมพันธภาพที่บริสุทธิ์เช่นนี้มีอยู่ระหว่างนักบุญและระหว่างผู้อื่นที่มีความรักพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง หากคุณรู้จักความรักของพระเจ้าแล้ว คุณก็จะไม่พรากไปจากความรักของพระเจ้านี้ เพราะว่าไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะเป็นเหมือนอย่างนี้ในทั่วทั้งจักรวาล
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


37.God's love is the supreme love. There is no love greater than that. The love that is born of instinct has its defects because it is compelled. That is why I sang to God as Divine Mother, "In this world, Mother, no one can love me; in this world they do not know how to love me."* Only the divine love of great ones is born of wisdom. That love is infinitely greater than parental or any other form of human love—Jesus gave up his life for the world.
ความรักของพระเจ้าเป็นความรักที่สูงสุด ไม่มีความรักใดที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรักของพระเจ้านี้ ความรักที่เกิดจากสัญชาติญาณมีข้อพกพร่องเพราะเป็นความรักที่ถูกบีบบังคับ เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าถึงได้ร้องเพลงขับถึงพระเป็นเจ้าในร่างของพระแม่เจ้าว่า”ข้าแต่พระแม่เจ้า ในโลกนี้ไม่มีใครที่รักข้าพเจ้า ในโลกนี้พวกเขาไม่รู้วิธีที่จะจักข้าพเจ้า ความรักในพระเจ้าชองบุคคลผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นจึงจะเกิดจากปัญญา ความรักนี้มีความยิ่งใหญ่เป็นอนันต์กว่าความรักของบิดามารดาหรือรูปแบบอื่นๆของความรักของมนุษย์ -เพราะพระเยซูได้สละชีวิตของท่านเพื่อโลก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
38.*[Cosmic Chants by Paramahansa Yogananda: "In this world, Mother, no one can love me. In this world they do not know how to love me. Where is there pure loving love? Where is there truly loving me? There my soul longs to be."] (jt)
บรมหงส์ โยคานันทะ กล่าวบทสวดต่อพระเป็นเจ้าในอวตารของพระแม่เจ้าว่า “ ข้าแต่พระแม่เจ้า ในโลกนี้ไม่มีใครรักข้าพเจ้า ในโลกนี้เขาทั้งหลายไม่รู้จักวิธีที่จะรักข้าพเจ้า จะมีความรักที่เป็นความรักที่บริสุทธิ์ได้ที่ไหน?จะมีความรักต่อข้าพเจ้าอย่างแท้จริงอยู่ที่ไหน?  ที่นั่นคือสถานที่ที่วิญญาณของข้าพเจ้าใฝ่หา”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
39.In the universal sense, love is the divine power of attraction in creation that harmonizes, unites, binds together. It is opposed by the force of repulsion, which is the outgoing cosmic energy that materializes creation from the cosmic consciousness of God. Repulsion keeps all forms in the manifested state through maya, the power of delusion that divides, differentiates, and disharmonizes. The attractive force of love counteracts cosmic repulsion to harmonize all creation and ultimately draw it back to God. Those who live in tune with the attractive force of love; achieve harmony with nature and their fellow beings, and are attracted to blissful reunion with God.
ในแง่ของจักรวาลแล้ว ความรักคือทิพยอานุภาพแห่งความเสน่หาในการรังสรรค์ที่สร้างความกลมกลืน การผสาน และการผูกพันเข้าด้วยกัน เป็นความรักที่ตรงกันข้ามกับพลังของการผลักไส ซึ่งเป็นพลังแห่งจักรวาลที่ทำให้การรังสรรค์นั้นออกมาจากจิตจักรวาลแห่งพระเป็นเจ้า การผลักไสจะรักษาทุกรูปแบบของสภาวะที่ปรากฏขึ้นมาโดยผ่านทางมายา อำนาจของมายานี้เองที่แบ่งแยก สร้างความแตกต่าง และสร้างความไม่กลมกลืน พลังแห่งความมีเสน่ห์แห่งความรักนี้จะเข้าต้านทานพลังผลักไสเพื่อสร้างความกลมกลืนแก่สิ่งรังสรรค์ทั้งปวงและในที่สุดก็จะดึงมันกลับคืนมาสู่พระเป็นเจ้า ผู้ที่ดำเนินชีวิตโดยผสมผสานกับพลังแห่งความเสน่หาของความรัก ก็จะบรรลุถึงซึ่งความกลมกลืนกับธรรมชาติและกับเพื่อนมนุษย์ และจะถูกชักนำไปสู่การกลับไปอยู่ร่วมอย่างเกษมสุขกับพระเป็นเจ้า

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
40.Love gives without expecting anything in return. I never think of anyone in terms of what he can do for me. And I never profess love to someone because he has done something for me. If I didn’t actually feel love, I wouldn’t pretend to give it; and since I feel it, I give it. Love cannot be had for the asking; it comes only as a gift from the heart of another. Be certain of your feeling before you say to anyone, 'I love you'. Once you give your love, it must be forever. Not because you want to be near that person, but because you want perfection for that soul. To wish for perfection for the loved one, and to feel pure joy in thinking of that soul, is divine love; and that is the love of true friendship.
ความรักย่อมไม่หวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน ข้าพเจ้าไม่เคยคิดที่จะให้ใครมาทำสิ่งใดแก่ข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ไม่เคยสารภพรักกับใครด้วยเหตุเพราะเขาได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแก่ข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าไม่มีความรู้สึกรักอย่างแท้จริงแล้ว ข้าพเจ้าก็จะไม่เสแสร้งที่จะให้ความรักแก่ใคร และเมื่อข้าพเจ้ามีความรู้สึกรักอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าก็จะให้ความรักนั้นไป  ความรักไม่สามารถให้กันได้เพียงเพราะมีการขอมา ความรักจะเป็นความรักได้ก็เพราะเป็นของขวัญจากใจของผู้อื่นเท่านั้น คุณต้องมีความแน่นอนอยู่ในความรู้สึกของคุณก่อนที่คุณจะบอกรักแก่ใครๆว่า ฉันรักคุณ เมื่อคุณให้ความรักของคุณแล้ว คุณก็จะต้องรักตลอดไป ความรักไม่ใช่เพราะคุณต้องการจะอยู่ใกล้บุคคลผู้นั้น แต่เป็นเพราะคุณต้องการความสมบูรณ์เพื่อจิตวิญญาณนั้น การแสดงความปรารถนาเพื่อความสมบูรณ์สำหรับบุคคลที่ตนรักและความรู้สึกปีติที่บริสุทธิ์ในความคิดของจิตวิญญาณ ก็คือความรักของพระเจ้า และนั่นคือความรักแห่งมิตรภาพที่แท้จริง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
41.Love gives joy. We love love because it gives us such intoxicating happiness. So love is not the ultimate; the ultimate is bliss. God is Sat-Chit-Ananda, ever-existing, ever-conscious, ever-new Bliss. We, as souls, are individualized Sat-Chit-Ananda. "From Joy we have come, in Joy we live and have our being, and in that sacred Joy we will one day melt again."
ความรักให้ซึ่งปีติ เรารักก็เพราะมันทำให้เรามีความสุขที่ดื่มด่ำเช่นนั้น ดังนั้นความรักจึงไม่ใช่สิ่งสูงสุด แต่สิ่งสูงสุดคือความเกษมสุข พระเป็นเจ้าเป็นสัต-จิต-อานันทะ  กล่าวคือ เป็นสิ่งที่มีอยู่ชั่วนิรันดร์  เป็นวิญญาณที่นิรันดร์ และเป็นความเกษมสุขใหม่ที่นิรันดร์  เราในฐานะที่เป็นวิญญาณ ก็จึงเป็นสัต-จิต-อานันทะที่เป็นส่วนปัจเจก “เรามาจากปีติ  เราอยู่ในปีติ และเรามีเป็นขึ้นมาเพราะปีติ และในปีติที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเราก็จะละลายไปอีกสักวันหนึ่ง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
42.Real love is when you are constantly watching the progress of the soul. As soon as you cater to someone’s physical desires and bad habits you are not loving that soul anymore. You are just pleasing that person to avoid ill will. No matter how unpleasant it is to tell a friend that he is wrong, if you say it with love in your heart and stand firm on it, sometimes that person will respect you if you are right. If you are wrong, even then he will know that you did it with sincerity, out of love.
ความรักที่แท้จริงมีขึ้นเมื่อคุณมองดูความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของจิตวิญญาณ  ในทันทีที่คุณให้ความสำคัญแก่ความต้องการทางร่างกายและลักษณะนิสัยที่ไม่ดีของใครสักคน เมื่อนั้นคุณก็ไม่ได้รักจิตวิญญาณนั้นอย่างแท้จริง คุณได้แต่เอาใจเขาผู้นั้นเพื่อไมให้เขามีความรู้สึกที่ไม่ดี แม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีนักที่จะบอกเพื่อนว่าเขาเป็นผู้ผิด หากคุณบอกเช่นนั้นด้วยความรักที่อยู่ในใจของคุณและยืนยันในเรื่องนี้ ในบางครั้งบุคคลผู้นั้นก็จะเคารพนับถือคุณหากคุณเป็นฝ่ายถูก แต่หากคุณเป็นฝ่ายผิดคุณก็จะได้รู้ว่าคุณทำเช่นนั้นไปด้วยความจริงใจและทำไปด้วยความรัก

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 43.Wisdom is a chisel, love is the sandpaper. Man needs intellectuality, but intellect must be tempered with love. When you carving a piece of furniture, you have to smooth it with sandpaper or it will remain rough. Love is the sandpaper that takes away the harshness of intelligence, and smooths your intellectuality.
ปัญญาคือสิ่ว ความรักคือกระดาษทราย มนุษย์ต้องการสติปัญญา แต่สติปัญญาถูกสกัดโดยความรัก เมื่อคุณต้องการทำเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น คุณก็ต้องขัดเฟอร์นิเจอร์นั้นด้วยกระดาษทราย มิฉะนั้นแล้วมันก็จะยังขรุขระอยู่ ความรักก็คือกระดาษทรายที่จะขจัดความหยาบของสติปัญญา และสร้างความอ่อนนุ่มให้แก่สติปัญญา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
44.True love cannot be bought. To receive love, one must give it freely, without any condition. But instead of following this rule, the insecure person resorts to jealousy. This makes the loved one angry, and thus defeats its very purpose. Jealousy then responds to the anger with a desire to strike back. But anytime one wants thus to harm another, he ultimately hurts himself even more. (jt)
ความรักแท้ไม่สามารถซื้อได้ การที่จะได้รับความรักนั้น บุคคลนั้นจะต้องให้ความรักอย่างอิสระโดยปราศจากเงื่อนไข แต่แทนที่จะดำเนินตามกฎอันนี้ บุคคลที่ขาดความมั่นคงก็จะหันไปมีความริษยา ความริษยานี้ก็จะทำบุคคลที่ที่เรารักนั้นโกรธ และจะเอาชนะเพื่อจุดประสงค์ทุกอย่าง ความริษยาก็จะตอบสนองต่อความโกรธด้วยความปรารถนาที่จะตอบโต้กลับ เมื่อใดก็ตามที่บุคคลต้องการจะทำร้ายผู้อื่น ในที่สุดแล้วเขาก็จะทำร้ายตนเองหนักยิ่งไปกว่า
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
45.God is love, and love is the panacea for human suffering. There is nothing greater than love-God's quality of attraction and unity that is manifested in the soul of every being.
พระเจ้าคือความรัก และความรักคือยาสำหรับรักษาความทุกข์ของมนุษย์  ไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าความรัก กล่าวคือ คุณภาพของความเสน่หาและความเป็นเอกภาพของพระเป็นเจ้าที่เป็นสิ่งปรากฏอยู่ในจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

46. In this world everyone wants to use us for his own purpose. Only God—and a real master who knows God—can truly love us. The ordinary human being does not know what love is. When somebody gives you pleasure you tend to think you love that person. But in reality it is yourself you love—your ego has been pleased by the other person's attention; that is all. Would you go on 'loving' that person if he should cease to give you pleasure?
ในโลกนี้ทุกคนต้องการใช้เราเพื่อจุดประสงค์ของเขา  มีแต่พระเจ้า และคุรุซึ่งรู้จักพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถรักเราอย่างแท้จริง มนุษย์ธรรมดาไม่รู้ว่าความรักคืออะไร เมื่อใครสักคนให้ความสุขแก่คุณ คุณก็มีแนวโน้มที่จะคิดว่าคุณรักบุคคลนั้น  แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวคุณนั่นแหละที่คุณรัก  ตัวตนของคูณถูกเอาใจโดยความตั้งใจของบุคคลอื่น มันก็แค่นั้นเอง คุณจะยังคงรักบุคคลผู้นั้นต่อไปไหมหากเขาไม่สามารถให้ความสุขเช่นนั้นแก่คุณ?

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
47.Love is short-lived unless it is divine love. What of all the lovers through the ages who have promised eternal fidelity to one another under the light of the silvery moon. Their skulls are strewn over the earth, and the moon laughs at most of them and says, "How they lied, for their love has not been forever."
ความรักมีอายุสั้นเว้นเสียแต่เป็นความรักของพระเจ้า  สิ่งที่คนที่รักกันให้สัญญากันภายใต้ดวงจันทร์ว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อกันชั่วนิจนิรันดร์จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า? เพราะในที่สุดแล้วกะโหลกศีรษะของพวกเขาก็นอนทับถมแผ่นดิน และดวงจันทร์ก็จะหัวเราะเยาะเย้ยพวกเขาแล้วพูดว่า “พวกเขาได้แต่โกหก เพราะว่าความรักของเขาไม่ได้อยู่จนนิจนิรันดร์”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
48.Love outlasts death and the ravages of time. All those that I have loved before, in this or other lifetimes, I love the same now.
ความรักมียั่งยืนกว่าความตายและจะไม่คล้อยตามกาลเวลา ทุกคนที่ข้าพเจ้ารักมาก่อน ทั้งในโลกนี้และในโลกอื่นในขณะนี้ข้าพเจ้าก็ยังรักเขาเหมือนเดิม


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
49.It is God who is loving us through our loved ones; therefore, we should be all the more grateful to God who gives us a good mother and father, and good friends, and a guru who wants for us only our highest good. The love of the mother is close to the perfection of God's love, because she loves us when nobody else does; and she forgives when we are in error. But the ultimate expression of God's love is the love of a true guru. He loves us unconditionally; and out of that sublime love he instructs and disciplines us for the everlasting welfare of our souls. Though I shall always dearly love my mother, my love for my Master is supreme.
พระเจ้าท่านั้นที่รักเราโดยผ่านทางบุคคลที่รักของเรา ดังนั้นเราพึงมีความกตัญญูต่อพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้ให้มารดาและบิดาที่ดีแก่เรา   ให้ผองเพื่อนแก่เรา  ให้คุรุซึ่งต้องการความดีสูงสุดให้แก่เรา ความรักของมารดานั้นมีความใกล้ชิดในความสมบูรณ์กับความรักของพระเจ้า เพราะว่ามารดารักเราเมื่อไม่มีใครรักเรา และมารดาก็ให้อภัยเราเมื่อเราทำอะไรผิดพลาด แต่การแสดงออกขั้นสูงสุดของความรักของพระเจ้านั้นคือความรักของคุรุที่แท้จริง คุรุที่แท้จะรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข และด้วยความรักอันสูงส่งนั้นท่านก็จะแนะนำและฝึกฝนเราเพื่อสร้างสวัสดิภาพอันเป็นนิรันดร์แก่จิตวิญญาณของเรา แม้ว่าข้าพเจ้าจะรักมารดาของข้าพเจ้าอยู่เสมอ แต่ความรักของข้าพเจ้าต่อท่านคุรุก็สูงที่สุด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
50.God is the love you seek.
พระเจ้าคือความรักที่คุณแสวงหา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

51."Those who love Me as only one person, or who imperfectly love Me in one person, do not know what Love is. Only they can know Love who love Me wisely, faultlessly, completely, all-surrenderingly - who love Me perfectly and equally in all, and who love Me perfectly and equally as all."
“บุคคลทั้งหลายซึ่งรักข้าพเจ้าเพียงคนเดียว หรือผู้ซึ่งรักข้าพเจ้าเพียงคนเดียวอย่างไม่สมบูรณ์นั้น เขาก็จะไม่รู้ว่าความรักคืออะไร มีแต่คนที่รู้ว่าความรักคืออะไร นั้นคือคนที่รักข้าพเจ้าอย่างชาญฉลาด รักข้าพเจ้าอย่างไม่เพ่งโทษ รักข้าพเจ้าอย่างสมบูรณ์ และรักข้าพเจ้าอย่างมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้  เขาคือผู้ที่รักข้าพเจ้าอย่างสมบูรณ์ และรักข้าพเจ้าอย่างเท่าเทียมกันในทุกคน และรักข้าพเจ้าอย่างสมบูรณ์และอย่างเท่าเทียมกันอย่างทุกคน”


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
52.There was in India a devoted husband who loved his wife very deeply. Another man became infatuated with her. She ran away with her lover, who eventually left her without friends or funds. One day her husband came to see her. He spoke gently. ‘Are you through with this experience? Come home with me, if you are.’ She demurred. ‘I could not think of disgracing you further.’ ‘What do I care about the opinion of society?’ he replied. ‘I love you. The other man loved only your body. I love the real you - your soul. What has happened doesn’t make any difference'. That was real love. The husband wasn’t concerned for his honour; he was thinking only of the welfare of his beloved. –
ในประเทศอินเดียมีสามีผู้หนึ่งรักภรรยาของเขาอย่างดูดดื่ม  ต่อมามีผู้ชายอีกคนหนึ่งมาชอบพอภรรยาของเขาและภรรยาของเขาก็ได้หนีตามชายผู้นั้นไป แต่ในที่สุดสามีใหม่ก็ทิ้งนางไปโดยไม่เหลือสิ่งของหรือเงินทองไว้ให้กับนางเลย  วันหนึ่งสามีของนางไปพบนางเข้าก็ได้กล่าวกับนางอย่างสุภาพว่า “มันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร ? กลับไปอยู่ที่บ้านกับฉันอีกเถอะ"  ข้างภรรยาก็บอกว่า “ฉันไม่ต้องการจะทำลายเกียติยศของคุณอีกแล้ว” “ฉันไม่สนใจว่าสังคมจะว่าอย่างไร” เขาตอบ “ฉันรักคุณ ส่วนชายผู้นั้นเขารักร่างกายของคุณเท่านั้นเอง  ฉันรักคุณอย่างแท้จริง คือรักจิตวิญญาณของคุณ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทำให้ฉันเปลี่ยนใจ” นั่นคือรักแท้ คือทางสามีไม่ได้คำนึงถึงเกียรติยศของตน เขาได้แต่คิดถึงสวัสดิภาพของคนที่เขารักเท่านั้น