ภาพรวมของหนังสืออัตชีวประวัติโยคี(ฉบับภาษาอังกฤษ)
หนังสือ”ภาพรวมของหนังสืออัตชีวประวัติโยคี(ฉบับภาษาอังกฤษ)”จะพาผู้อ่านท่องไปสู่โลกทางจิตวิญญาณของท่านบรมหงส์
โยคานันท์
หนังสือเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงชีวิตในครอบครัวในช่วงเยาว์วัยของโยคานันทะและการค้นหาคุรุของโยคานันทะที่ชื่อคุรุศรี
ยุกเตศวร จากนั้นก็ได้พูดถึงการจัดตั้งโรงเรียนแห่งแรกของโยคานันทะที่ชื่อว่า
โยโคทะ สัตสังคะ พรหมจารยะ วิทยาลัย (Yogoda Satsanga Brahmacharya
Vidyalaya) เสร็จแล้วก็ได้ไปพูดถึงเรื่องที่โยคานันทะเดินทางไปอเมริกาและโยคานันทะได้เดินทางไปแสดงปาฐกถาในที่ต่างๆหลายแห่ง
ได้จัดตั้งสมาคมชื่อว่า เซลฟ์-เรียไลเซชั่น เฟลโลว์ชิฟ(Self-Realization
Fellowship) ได้ไปพบกับลูเธอร์ เบอร์แงค์ ( Luther Burbank) นักพฤกษศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงชาวอเมริกันและในหนังสอเล่มนี้ก็ได้มีคำอุทิศให้แก่นักพฤกษศาสตร์ผู้นี้ด้วย
ต่อจากนั้นหนังสือก็นำผู้อ่านไปอ่านในตอนที่โยคานันทะเดินทางกลับไปที่ประเทศอินเดียในปี
ค.ศ. 1935 ซึ่งโยคานันทะได้ไปพบกับบุคคลทางจิตวิญญาณต่างๆ คือ เทเรซา นิวมันน์
ในแคว้นบาวาเรีย ในยุโรป ไปพบกับกับโยคีหญิงชาวฮินดูช่อ อานันทะ โมยี มา ไปพบท่านมหาตมาคานธี
ไปพบกับท่านรพนทรนาถ ฐากูร และไปพบกับนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลชื่อ ซี.วี. รามัน
และไปพบนางคิรี พาลา “โยคีหญิงที่ไม่เคยนอนหลับ”
จากนั้นผู้ก็ได้กลับไปยุโปกับโยคานันทะ
โดยท่านจะพาไปอ่านในเรื่องที่ท่านจัดตั้งหน่วยงานที่ทำการเผยแพร่คำสอนเรื่องกริยะโยคะในอเมริกาและรมทั้งเรื่องที่ท่านเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วย
คำนำของหนังสือเล่มนี้เขียนโดยท่าน วอลเตอร์ อีแวนซ์-เวนตซ์ (Walter Evans-Wentz) ปราชญ์ทางด้านมนุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
ซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้ทำการศึกษาเรื่องพระพุทธศาสนาในประเทศทิเบตรุ่นบุกเบิกและเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่องเกี่ยวกับคนตายของทิเบตและหนังสือกี่ยวกับท่านมิลาเลปะ
โยคีผู้ยิงใหญ่แห่งทิเบต ในคำนำ วีแวนส์- เวนตซ์
เขียนไว้ว่า”เอกสารเกี่ยวกับชีวิตที่ไม่ธรรมดาของเขา(โยคานันทะ)
เป็นหนึ่งในเอกสารที่สำคัญยิ่งที่ได้เปิดเผยถึงความล้ำลึกของจิตใจของชาวฮินดู
และความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของประเทศอินเดียเท่าที่เคยได้รับการตีพิมพ์มาในแถบดินแดนตะวันตก”
ศรียุกเตศวร คิรี คุรุของโยคานันทะ
ได้บอกกับโยคานันทะถึงเรื่องที่ท่านลาหิริ มหาสัยได้มีคำทำนายที่สำคัญไว้ โดยในคำพูดที่เป็นคำทำนายได้บอกว่า“ประมาณ
50 ปีหลังจากที่เราเสียชีวิตไปแล้วนั้น ชีวิตของเราจะถูกเขียนเป็นหนังสือเพราะความสนใจในเรื่องโยคะจะปรากฏขึ้นมาในดินแดนแถบตะวันตก คำสอนของโยคะก็จะแพร่กระจายไปทั่วโลกและจะช่วยให้สร้างภราดรภาพให้เกิดในหมู่มวลมนุษย์ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับรู้โดยตรงว่ามีบิดาเป็นคนเดียวกัน”
ในปี ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นเวลา 50 ปีภายหลังจากที่ท่านลาหิริ
มหาสัยได้ละสังหารไปเมื่อปี ค.ศ. 1895
หนังสือเรื่องอัตชีวประวัติโยคีก็ได้เขียนจบเล่มและพร้อมที่จะลงตีพิมพ์
เป็นหนังสือสำคัญและเป็นหนังสือยอดนิยม
หนังสืออัตชีวประวัติโยคี หรือ Autobiography of a Yogi นี้หนังสือที่มีคนอ่านมากที่สุดในบรรดาหนังสือของโยคานันทะ
ฟิลิป โกลเบิร์ก (Philip Goldberg) ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง
American Veda เขียนไว้ว่า “สมาคมเซลฟ์ -เรียไลเซชั่น
ซึ่งเป็นผู้สืบทอดมรดกของโยคานันทะ มีความชอบธรรมในการใช้สโลแกนว่า”...”หนังสือที่ทำการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนหลายล้าน”
เป็นหนังสือที่จำหน่ายไปแล้วจำนวน 4 ล้านเล่ม...”
และก็ยังถูกแปลและพิมพ์เป็นภาษาต่างๆมากถึง 34 ภาษา ในปี ค.ศ. 1999
ได้ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่ง” ในบรรดาหนังสือจิตวิญญาณที่สำคัญมากที่สุด 100
เรื่องในคริสต์ศตวรรษที่ 20” ในที่ประชุมของนักเทววิทยาและผู้ทรงคุณวุฒิที่จัดโดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์
คอลลินส์ พับลิสเชอร์ (HarperCollins publishers)
เป็นหนังสือยอดนิยมของบุคคลในวงการต่างๆ
1) เฮนรี บาร์เนอร์ บาวเดน (Henry Warner Bowden) นักเขียนเรื่องชีวประวัติบุคคล
บอกว่า
เรื่องอัตชีวประวัติโยคีได้แนะนำการทำสมาธิและโยคะให้แก่ชาวตะวันตกเป็นจำนวนมาก
เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนเป็นจำมาก ตัวอย่างเช่น สตีฟ จอบส์ (Steve
Jobs) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เป็นประธาน
และเป็นซีอีโอของบรรษัทแอปเปิลส์ ซึ่งนายวอลเตอร์
รแซคสัน นักเขียนเรื่องอัตชีวประวัติอีกคน บอกว่า
นายจอบส์”อ่านหนังสืออัตชีวประวัติโยคีในครั้งแรกเมื่อตอนที่อยู่ในวัยรุ่น ต่อมาได้ไปอ่านหนังสือเรื่องนี้ในประเทศอินเดียและได้อ่านในทุกปีหลังจากนั้นมา”
2) มาร์ก เบนิออฟฟ์ (Marc Benioff) ซีอีโอของเว็บไซต์
เซลส์ฟอร์ซคอทคอม (Salesforce.com) เล่าเรื่องของตัวเองในวันที่ไปในงานศพของนายสตีฟ
จอบส์ว่า พวกแขกที่ไปร่วมในงานศพได้รับของชำร่วยเป็นกล่องสีน้ำตาล
“นี่ต้องเป็นของดีอย่างแน่นอน” มาร์ก เบนิออฟฟ์”ผมได้รู้ว่านี่เป็นการตัดสินใจของเขา
และไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการให้เราคิดถึงเขา”
ปรากฏว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องสีน้ำตาล คือ หนังสืออัตชีวประวัติโยคี
3) จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) มือเล่นกีตาร์ของวงดนตรีวงบี้ตเติ้ล
ได้รับหนังสืออัตชีววประวัติโยคีจาก รวี ศังการ์ ในปี ค.ศ. 1966
และตามรายงานของนายจอห์น โอมาโฮนีบอกว่า
“เป็นหนังสือที่ช่วยไปกระตุ้นให้มือเล่นกีตาร์ผู้นั้นเริ่มให้ความสนใจในวัฒนธรรมของพระเวทและในเรื่องต่างๆของประเทศอินเดีย
4.นายแกรี ไรท์ (Gary Wright)
ผู้แต่งเพลงดรีม วีเวอร์ ( Dream Weaver) ได้เขียนไว้”ในปี ค.ศ. 1972 เพื่อนของผมชื่อจอร์จ
แฮร์ริสัน ได้เชิญผมให้ร่วมเดินทางไปกับเขาที่ประเทศอินเดีย
ในช่วงวันสองวันก่อนออกเดินทางเขาให้หนังสือเรื่องอัตชีวประวัติโยคีแกผมหนึ่งซึ่งเขียนโดยบรมหงส์
โยคานันทะมาหนึ่งเล่ม หนังสือเล่มสร้างแรงบันดาลใจให้ผมเป็นอย่างมากและผมก็ได้มีความหลงใหลในวัฒนธรรมและปรัชญาของอินเดีย
การเดินทางของผมในครั้งนั้นนับได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยลืมเลย
5.นักแสดงหญิงชื่อมาเรียล เฮมิงเวย์ (Mariel
Hemingway) บอกว่า เธอได้คำแนะนำให้อ่านหนังสืออัตชีวประวัติโยคีจากปีเตอร์
อีอีแวนส์ ศิษย์สายตรงผู้หนึ่งของโยคานันทะ”
เธอมีความลุ่มหลงในหนังสืออัตชีวประวัติโยคีเป็นอย่างมากและชื่ชอบประเพณีอันยิ่งใหญ่ของฮินดูในการแสวงหาทางจิตวิญญาณ...”
6.นักแสดงชายชื่อเดนนิส วีเวอร์ (Dennis
Weaver) ให้หนังสือเล่มหนึ่งแก่ลินดา อีแวน บอกว่า
มันได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา อีแวนส์บอกว่า “เพราะเดนนิสนี่แหละฉันจึงได้เริ่มต้นกระทำในสิ่งที่จะกลายเป็นการท่องเที่ยงทางจิตวิญญาณชั่วชีวิต”
7.แอนดรู วีล (Andrew
Weil) ผู้อำนวยการโครงการการแพทย์เชิงบูรณาการในมหาวิทยาลัยแอริโซนา ได้เขียนหนังสือชื่อ
การกินดีเพื่อสุขภาพที่ดี (Eating Well for Optimum Health)
เขาบอกว่าได้อ่านหนังสืออัตชีวประวัติโยคีซึ่ง”ได้เข้าไปปลุกฉันให้เกิดความสนใจในโยคะและปรัชญาทางศาสนาของอินเดีย”
เขาบอกต่อไปว่า”เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์จากดินแดนมหัศจรรย์
อย่างเช่นเรื่องความมหัศจรรย์ของนางคิรี พาลา”โยคีหญิงผู้ไม่เคยรับประทานอาหาร”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น